รูปแบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการขับขี่เชิงป้องกันของพนักงานขับรถกระจายสินค้าในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย

Loading...
Thumbnail Image

Date

Journal Title

Journal ISSN

Volume Title

Publisher

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ บัณฑิตวิทยาลัย.

Abstract

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษารูปแบบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่ออุบัติการณ์ทางถนนของพนักงานขับรถกระจายสินค้าในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย และ 2) เพื่อศึกษาผลของรูปแบบการฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่เชิงป้องกันของพนักงานขับรถกระจายสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เป็นการวิจัยเชิงปริมาณแบบภาคตัดขวางเชิงวิเคราะห์ และระยะที่ 2 เป็นการศึกษาวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาระยะที่ 1 คือ พนักงานขับรถกระจายสินค้าในโรงงานเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทย จำนวน 362 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน และระยะที่ 2 คือ พนักงานขับรถกระจายสินค้าในโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี จำนวน 30 คน สุ่มตัวอย่างแบบมีระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามการจัดการด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัยในการทำงาน 2) แบบสอบถามการขับขี่เชิงป้องกัน 3) แบบสอบถามการป้องกันอุบัติเหตุในการทำงานตามหลัก 3E 4) แบบสอบถามพฤติกรรมความปลอดภัยในการขับขี่เชิงป้องกัน 5) แบบสอบถามปัจจัยอุบัติการณ์ทางถนน 6) แบบวัดความรู้การขับขี่เชิงป้องกัน 7) แบบสอบถามทัศนคติการขับขี่เชิงป้องกัน และแบบสอบถามการปฏิบัติด้านการขับขี่เชิงป้องกัน โดยมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .91, .90, .92, .96, .85, .73, .74 และ .75 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติโมเดลสมการโครงสร้างในการตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร สถิติความแปรปรวนทางเดียวแบบวัดซ้ำก่อนการทดลอง หลัง 3 เดือน และติดตามผล 6 เดือน รวมทั้งสถิติการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยด้านการจัดการความปลอดภัยอาชีวอนามัยในการทำงาน ด้านการป้องกันอุบัติเหตุตามหลัก 3E (Engineering, Education, Enforcement) และด้านเทคนิคการขับขี่เชิงป้องกัน มีอิทธิพลเชิงบวกต่อพฤติกรรมความปลอดภัยในการขับขี่เชิงป้องกันของพนักงานขับรถกระจายสินค้า และมีอิทธิพลเชิงบวกต่อการลดอุบัติการณ์ทางถนน โมเดลมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าไคสแควร์สัมพัทธ์เท่ากับ 2.7784 ค่า GFI เท่ากับ .915 และค่า RMSEA เท่ากับ .070 2) การศึกษารูปแบบการฝึกอบรมเทคนิคการขับขี่เชิงป้องกันของพนักงาน พบว่า ค่าเฉลี่ยของความรู้ ทัศนคติ และการปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการขับขี่เชิงป้องกันเพิ่มขึ้นภายหลังการอบรม 3 เดือน และระยะติดตามผล 6 เดือน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และความถี่ของการเกิดอุบัติการณ์ทางถนนของพนักงานหลังการอบรม 3 เดือน ลดลงร้อยละ 78.00 และในระยะติดตามผล 6 เดือน ลดลงร้อยละ 54.41 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้ คือ รูปแบบการจัดการด้านความปลอดภัยในการขับขี่เชิงป้องกันของพนักงานขับรถกระจายสินค้าที่มีประสิทธิผล ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้บริหารโรงงานอุตสาหกรรมในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกในการนำไปใช้และขยายผลด้านการจัดการความปลอดภัยในการขับขี่เชิงป้องกันของพนักงานขับรถกระจายสินค้าต่อไปได้

Description

วิทยานิพนธ์ (ส.ด.(การจัดการระบบสุขภาพ ))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2567

Citation

Endorsement

Review

Supplemented By

Referenced By

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967| arit@vru.ac.th
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
free counter