ความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนกับการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี

Loading...
Thumbnail Image

Date

Journal Title

Journal ISSN

Volume Title

Publisher

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.บัณฑิตวิทยาลัย.

Abstract

การวิจัยเชิงปริมาณนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการ ขยะมูลฝอยในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตําบลคลองเจ็ด อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และ 2) ศึกษา ความสัมพันธ์ระหว่างการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่องค์การบริหารส่วน ตําบลคลองเจ็ด อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ ได้แก่ ประชาชนที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่ ตําบลคลองเจ็ด อําเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จํานวน 381 คน การวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถามที่มีลักษณะ เป็นมาตรประเมินค่าหรือมาตราส่วนประเมินค่า โดยเป็นการแบ่งมาตราส่วนประมาณค่าของการตีความหมาย ออกเป็น 5 ระดับ (5 = มากที่สุด 4 = มาก 3 = ปานกลาง 2 = น้อย และ 1 = น้อยที่สุด) โดยกลุ่มตัวอย่างที่ตอบ แบบสอบถามเลือกตอบได้เพียงคําตอบเดียวเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลและนําข้อมูลที่ได้มา วิเคราะห์เชิงปริมาณ สถิติที่ใช้ในการวิจัย คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสัมประสิทธิ์ สหสัมพันธ์เพียร์สัน ดังนี้ ผลการวิจัยพบว่า 1) การมีส่วนร่วมของประชาชนโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณา เป็นรายด้าน พบว่า การมีส่วนร่วมในการดําเนินงาน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (M = 3.25, 30 = 1.25) รองลงมาคือ การมีส่วน ร่วมในการตัดสินใจ (M = 3.21, 0 = 1.25) การมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์ (M = 3.14, SD = 1.25) การมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล (M = 288, SD = 136) ตามลําดับ และการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ตามหลักการ 5R ของประชาชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และรายด้านเรียงตามลําดับเฉลี่ยจากมากไปน้อย ซ่อมแซมหรือแก้ไข (M = 3.54, ØD = 1.22) มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ นํากลับมาใช้ซ้ํา (M = 3.16 SD = 1.33) หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุที่ทําลายราก (M = 298, SD = 1.36) แปรรูปแล้วนํากลับมาใช้ใหม่ (M = 287, 50 = 1.25) และลดการใช้สิ่งของที่ไม่จําเป็น (M = 2.81, SD = 1.33) ตามลําดับ และ 2) ความสัมพันธ์ระหว่างการมี ส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตําบลคลองเจ็ด อําเภอคลองหลวง ในภาพรวมมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (1) เท่ากับ 53 ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ในรายด้าน พบว่า การมีส่วนร่วม ในการด้าเนินงาน มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันมากที่สุดเท่ากับ 58 รองลงมาคือ การมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันเท่ากับ 57 การมีส่วนร่วมในการได้รับผลประโยชน์ มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันเท่ากับ 54 ในขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์ที่มีความสัมพันธ์ต่ําสุด ได้แก่ การมี ส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันเท่ากับ 43 องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ คือ ภาครัฐโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลพื้นที่ ควรมีการกําาหนดนโยบายในการส่งเสริมการกําจัดขยะมูลฝอยและประชาสัมพันธ์ถึงผลกระทบจากปัญหา การกําจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกวิธีให้กับคนในชุมชน/หมู่บ้านทราบอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังควรส่งเสริมและสนับสนุน ให้ประชาชนเกิดกระบวนการมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นและมีบทบาท ในการสนับสนุนการดําเนินงาน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการขยะมูลฝอยตามหลักการ 5Rs ได้อย่างแท้จริง และยั่งยืนต่อไป

Description

การค้นคว้าอิสระ (รป.ม.(รัฐประศาสนศาสตร์)) -- มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2568

Citation

Endorsement

Review

Supplemented By

Referenced By

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967| arit@vru.ac.th
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
free counter