การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาไทยตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิซึมร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือที่ส่งเสริมสมรรถนะการอ่านสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

Loading...
Thumbnail Image

Date

Journal Title

Journal ISSN

Volume Title

Publisher

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ บัณฑิตวิทยาลัย.

Abstract

การวิจัยและพัฒนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและสังเคราะห์องค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ 3) ศึกษาผลการให้รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบ่งการดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานและองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียบรู้จากนั้นยืนยันผลการศึกษาโดยผู้เที่ยวชาญ 11 ท่าน โดยให้เทคนิคเดลฟ่ายระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ จากนั้นประเมินความเหมาะสมโดยผู้เที่ยวชาญ 5 ท่านและระยะที่ 3 ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ โดยให้การวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มตัวอย่างเดียว กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนอนุบาลสรรคบุรี จำนวน 30 คนได้มาโดยวิธีการส่มแบบหลายชั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ (1) แบบประเมินข้อมูลพื้นฐานและองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ (2) แบบประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ (3) แบบทดสอบสมรรถนะการอ่าน ซึ่งมีคำตัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง.80 - 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 96 สถิตีที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที่สำหรับกลุ่มตัวอย่างที่ไม่เป็นอิสระต่อกันและการทดสอบค่าที่สำหรับกลุ่มตัวอย่างเดียว ผลการวิจัยพบว่า 1) ข้อมูลพื้นฐานและองค์ประชอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า ข้อมูลพื้นฐานของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ 1. สภาพการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาไทย 2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ 3. สมรรถนะการอ่าน และ 4. องค์ประกอบของสมรรถนะการอ่าน สำหรับองค์ประกอบของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) หลักการ (2) จุดมุ่งหมาย (3) เนื้อหา (4) กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมสมรรถนะการอ่านทึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 สำรวจประสบการณ์เดิมเสริมความรู้ใหม่ ขั้นตอนที่ 2 ตั้งปัญหาและจัดกลุ่ม ขั้นตอนที่ 3 ลงมือค้นคว้าปฏิบัติ ขั้นตอนที่ 4 พัฒนาประยุกต์ใช้ ต่อยอดได้ ขั้นตอนที่ 5 ประเมินผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ 5. การวัดและการประเมินผล 2) การประเมินคุณภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่หัฒนาขึ้น พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4,73,50 - 11) และ 3) การใดรูปแบบการจัดการเรียนรี พบว่า (1) สมรรถนะการอ่านของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ หลังเรียนสูงกว่ากอนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 01 และ (2) สมรรณนะการอ่านของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม 50 คะแนน ซึ่งเท่ากับ 35 คะแนน อย่างมีนัยสำคัญหวงสถิติที่ระดับ 01 (NI = 40.73 จากคะแนนเต็ม 50 คะแนน 5D = 3.10, Ex 5 9.93 และ p=.001) นวัดกรรมที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้การอ่านภาษาไทยตามทฤษฎีคอนสตรัคติวิทีมร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือที่ส่งเสริมสมรรณนะการอ่าน ซึ่งมีสมรรถนะการอ่าน 5 องค์ประกอบได้แก่1) ความสามารถในการรับรู้และเข้าใจ 2) ความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ 3) ทักษะการอ่านจับใจความสำคัญ 4) ทักษะการอ่านดีความ และ 5) การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยให้กระบวนการเรียนรู้ตามรูปแบบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นช่วยส่งผลให้ผู้เรียนมีสมรรถนะการอ่านเพิ่มขึ้น พัฒนาความรู้ทักษะ และคุณลักษณะอันพึ่งประสงค์ สามารถนำความรู้มาบูรณาการและการนำไปให้ในชีวิตจริงได้

Description

วิทยานิพนธ์ (ปร.ด.(หลักสูตรและการสอน))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2569

Citation

Endorsement

Review

Supplemented By

Referenced By

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967| arit@vru.ac.th
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
free counter