การพัฒนามาตรวัดความมีจิตอาสาของนักศึกษาครู กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ

dc.contributor.authorเมษา นวลศรี
dc.date.accessioned2026-07-02T07:19:53Z
dc.date.issued2560
dc.description.abstractการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบของความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ 2) พัฒนาและตรวจสอบคุณสมบัติทางด้านจิตมิติของมาตรวัดความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ 3) พัฒนาเกณฑ์ปกติของมาตรวัดความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ 4) วิเคราะห์สภาพปัจจุบันเกี่ยวกับความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ และ 5) วิเคราะห์และเปรียบเทียบสภาพปัจจุบันเกี่ยวกับความมีจิตอาสาของ นักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำแนกตาม เพศ กลุ่มสาขาวิชาที่เรียน และระดับชั้นปี กลุ่มกลุ่ม ตัวอย่าง คือ นักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 1,200 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นแบบสอบถาม จำนวน 1 ชุด มีค่าความเที่ยงแบบ สัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบาค เท่ากับ 0.96 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ค่าความถี ร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติเชิงสรุปอ้างอิง ได้แก่ t-test และ F-test ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว ใช้สถิติตรวจสอบความสอดคล้อง ได้แก่INFIT MNSQ, OUTFIT MNSQ ใช้การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (EFA) โดยทำการวิเคราะห์องค์ประกอบหลัก และใช้การหมุนแกนแบบมุมฉาก ด้วยวิธีแวริแมกซ์ และพัฒนาเกณฑ์ปกติด้วยคะแนนเปอร์เซ็นไทล์และคะแนนที่ปกติ ผลการวิจัยสรุปได้ ดังนี้1. ผลผลการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจของความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ พบว่า ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 ด้านความปรารถนาดี ประกอบด้วยตัวแปร จำนวน 14 ตัวแปร องค์ประกอบที่2 ด้านความเสียสละประกอบด้วย ตัวแปรจำนวน 12 ตัวแปร และองค์ประกอบที่ 3 ด้านการพัฒนาสังคม ประกอบด้วย ตัวแปรจำนวน 10 ตัวแปร และ องค์ประกอบที่ 4 การติดตามข้อมูลข่าวสาร ประกอบด้วยตัวแปรจำนวน 5 ตัวแปร ซึ่งทุกองค์ประกอบมีค่าไอแกน (Eigen value) เกิน 1.00 โดยสามารถอธิบายความแปรปรวนสะสมได้ร้อยละ 58.132. มาตรวัดความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ ประกอบด้วย 4องค์ประกอบ โดยมีข้อคำถามทั้งหมด 41 ข้อ มีค่าดัชนี IOC อยู่ระหว่าง .60 - 1.00 มีค่าความเที่ยงแบบวิธีสัมประสิทธิแอลฟาของครอนบาคทั้งฉบับเท่ากับ 963. เกณฑ์ปกติของคะแนนความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยรวม มีช่วงคะแนนที ตั้งแต่ T19 ถึง [79 (P.08 - P99.79)4. โดยภาพรวมนักศึกษาครูมีจิตอาสาอยู่ในระดับค่อนข้างสูง และเมื่อพิจารณาเป็นรายองค์ประกอบ พบว่า องค์ประกอบด้านความปรารถนาดี ด้านการพัฒนาสังคม และด้านการติดตาม ข้อมูลข่าวสารอยู่ในระดับค่อนข้างสูง ยกเว้นองค์ประกอบด้านความเสียสละ ซึ่งพบว่า อยู่ในระดับปานกลาง5. ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบสภาพปัจจุบันเกี่ยวกับความมีจิตอาสาของนักศึกษาครูมหาวิทยาลัยราชภัฏ เมื่อจำแนกตามเพศ และระดับชั้น พบว่า โดยรวมไม่มีความแตกต่างกัน แต่เมื่อจำแนกตามกลุ่มสาขาวิชาที่เรียนของนักศึกษา พบว่า โดยภาพรวมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยนักศึกษาที่ศึกษาในกลุ่มสาขาวิชาทางด้านศิลปศาสตร์มีจิตอาสา สูงกว่านักศึกษาในกลุ่มสาขาวิชาทางด้านวิทยาศาสตร์
dc.description.sponsorshipรายงานวิจัยฉบับนี้ได้รับทุนอุดหนุนจากสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปีงบประมาณ 2560
dc.identifier.urihttps://dspace.vru.ac.th/handle/123456789/154
dc.language.isoThai
dc.publisherมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา
dc.rightsมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
dc.subjectความดี
dc.subjectจริยธรรม -- การศึกษาและการสอน (อุดมศึกษา)
dc.subjectการดำเนินชีวิต
dc.titleการพัฒนามาตรวัดความมีจิตอาสาของนักศึกษาครู กรณีศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ
dc.title.alternativeDevelopment of student techer's volunteer spirits scale a case study of Rajabhat Universities
dc.typeResearch

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
Lib-Res-Mesa-2560-8621314.pdf
Size:
3.39 MB
Format:
Adobe Portable Document Format

Collections

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967| arit@vru.ac.th
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
free counter