ประสิทธิภาพนโยบายเสริมสร้างสันติสุข กรณีโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

dc.contributor.advisorผู้แต่งเพิ่มเติม อิมรอน มะลูลีม. ประธานคณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
dc.contributor.authorสุพัตรา ธรรมวงษ์
dc.date.accessioned2026-03-02T03:24:50Z
dc.date.copyrightบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
dc.date.issued2009
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (รป.ด.(รัฐประศาสนศาสตร์))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2552
dc.description.abstractการวิจัยครั้งนี้ ศึกษาประสิทธิภาพของนโยบายเสริมสร้างสันติสุข : กรณีโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคให้ โดยศึกษากระบวนการในการกำหนดนโยบาย ปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของนโยบาย และความพึงพอใจของผู้กำหนดนโยบาย ผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ และผู้รับผลของนโยบาย ด้วยการรวบรวมข้อมูลเอกสาร จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหาร จำนวน 12 คน จากกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงกลาไหม นำข้อมูลที่ได้มาสร้างแบบสอบถาม ใช้เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากกลุ่มผู้นำนโยบายไปปฏิบัติ คือบุคลากรสาธารณสุข กับอาจารย์ในวิทยาลัยพยาบาล จำนวน 200 คนและในกลุ่มผู้ที่ได้รับผลจากนโยบาย คือนักศึกษาพยาบาล กับผู้ปกครอง/ประชาชนในพื้นที่จำนวน1,000 คนผลการวิจัยพบว่า กระบวนการในการกำหบดนโยบาย (Polic Making Proess) ในขั้นตอนการกำหนดนโยบาย (Formulation Policy) เป็นแบบ *Top down" เกิดจากความต้องการของระดับ ผู้บริหาร ปัจจัยความสำเร็จในการนำนโยบายไปปฏิบัติของกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่คับอาจารย์ในวิทยาลัยพยาบาล คือการบริหารจัดการองค์กร ภาวะผู้นำ และการติดต่อสื่อสาร ในกลุ่ม นักศึกษาพยาบาลปัจจัยความสำเร็จคือ ทัศนคติต่อวิชาชีพ การปรับตัวเข้ากับอาจารย์ และความสามารถในการเผชิญปัญหาอุปสรรค กลุ่มผู้ปกครอง/ประชาชนในพื้นที่ ปัจจัยความสำเร็จ คือการรับรู้ที่ยากับความเป็นธรรมและความเหมาะสมสอดกล้องกับพื้นที่ ส่วนในด้านความพึงพอใจต่อนโยบายในกลุ่มผู้บริหาร พบว่ามีความพึ่งพอใจในระดับมาก ผู้รับผลจากนโยบายในกลุ่มนักศึกษาพยาบาล มีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด (85.1%) และพึงพอใจระดับปานกลาง ในกลุ่ม ผู้ปกครอง/ประชาชนในพื้นที่ (65.4%) ส่วนกลุ่มที่นำนโยบายไปปฏิบัติ ในกลุ่มบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ และอาจารย์ในวิทยาลัยพยาบาล มีความพึงพอใจในระดับมาก (78.6% และ 75.0% ตามสำคับ)การสังเคราะห์ผล *การนำนโยบายไปปฏิบัติให้ประสบผลสำเร็จ" ที่ได้จากงานวิจัย คือ FUTURE-A Model ประกอบด้วย "[" หมายถึง เสรีภาพทางความคิดและการมีส่วนร่วมของชุมชน"บ" หมายถึง ความเป็นหนึ่งเดียวทางวิชาชีพ และมิตรภาพ "T" หมายถึง การสร้างทีมงานเพื่อผลสำเร็จของการนำนโยบายไปปฏิบัติ โดยการนำสิ่งที่ดีที่สุดมาจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง "Ur"หมายถึง โอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกันของเยาวชนทุกศาสนา "*" หมายถึง มีความรับผิดชอบ ต่อสังคม "p" หมายถึง การประเมินรอบด้านโดยได้รับการสนับสนุนจากผู้ที่มีส่วนร่วม และ "A"หมายถึง การปลูกฝังจิตสาธารณะของวิชาชีพพยาบาล
dc.identifier.urihttps://dspace.vru.ac.th/handle/123456789/102
dc.language.isoother
dc.publisherมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.บัณฑิตวิทยาลัย.
dc.subjectนโยบายสาธารณะ--การวิเคราะห์
dc.subjectการนำนโยบายไปปฏิบัติ
dc.subjectความขัดแย้งทางสังคม--ไทย (ภาคใต้)
dc.subjectพยาบาลศาสตร์--การศึกษาและการสอน
dc.subjectโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
dc.subjectไทย (ภาคใต้)--ปัญหาและข้อพิพาท
dc.titleประสิทธิภาพนโยบายเสริมสร้างสันติสุข กรณีโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
dc.title.alternativePeace promotion policy efficiency professional nurse graduate increment project as a solution for problems in the southern border province DC.Creator
dc.typeThesis

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
Lib-Di-2552-8263560.pdf
Size:
10.01 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967 | arit@vru.ac.th