Diversity of birds and squrrels at Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ บัณฑิตวิทยาลัย.
Abstract
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความหลากหลายและสถานะของกลุ่มนกและกระรอกในพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ 2) ประเมินที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับนกและกระรอกในพื้นที่มหาวิทยาลัยฯ ดำเนินการศึกษาข้อมูลนกและกระรอกโดยใช้เทคนิคการนับตามแนวจุดสำรวจในพื้นที่ศึกษา 3 พื้นที่ในเขตมหาวิทยาลัยฯ ได้แก่ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่นันทนาการโดยกำหนดจุดสำรวจเป็น 3 เส้นทาง ห่างจากกัน 100 ม. สำรวจและบันทึกชนิดและจำนวนของนกและกระรอกเป็น 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 06.00-09.00 และ 15.00 - 17.00 เนื่องจากเวลาดังกล่าวจะสามารถครอบคลุมข้อมูลกลุ่มนกอพยพทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ข้อมูลถูกบันทีกแบบเดือนเว้นเตือนระหว่างเดือนพฤษภาคม 2563 ถึงเมษายน 2564 นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ จำแนกสถานะของนกและกระรอกในมหาวิทยาลัยฯ โดยใช้ค่าความดีร้อยละของการปรากฏ (FO) เปรียบเทียบความหลากหลายของนกและกระรอกในพื้นที่มหาวิทยาลัยๆ โดยการ วิเคราะห์แบบทางเดียวและใช้การทดสอบที่วิเคราะห์ความแตกต่างของจำนวนชนิดของนกและกระรอก ระหว่างฤดูฝนและฤดูแล้งการศึกษาพบนกทั้งหมด 47 ชนิด 12 อันดับ 29 วงศ์ อันดับที่พบจำนวนชนิดนกมากที่สุด คือ Passeriformes จำนวน 22 ชนิด (คิดเป็นร้อยละ 47.7 ของชนิดนกที่พบทั้งหมด) และกลุ่มนกที่มีจำนวนชนิดน้อยที่สุดพบเพียง 1 ถึง 5 ชนิด ผลการวิเคราะห์สถานะของนก พบว่า นกที่พบได้ทั่วไปในมหาวิทยาลัยมี 8 ชนิด มีค่า FO ร้อยละ 83 ถึง 100 ได้แก่ Streptopelia tranquebarica, Artamus fuscus, Ardeola bacchus, Pyenonotus blanfordi, Columba livia, Geopelia striata, Passer montanus และ Copsychus sauaris กลุ่มพบน้อยที่สุดมีจำนวนจำนวน 22 ชนิด มีค่า FO ระหว่างร้อยละ 16 ถึง 30 เกือบทั้งหมดเป็นสายพันธุ์อพยพ ส่วนชนิดกระรอกพบเพียง 2 ชนิด 4 สายพันธุ์ย่อย คือ Callosciurus Jinlaysonii bocourti, C.f. cinnamomeus, c.f. floweri และ Callosciurus erythraeus โดยกระรอกทุกชนิดมีสถานะอยู่ในกลุ่มพบได้ทั่วไปในมหาวิทยาลัยมีค่า FO ร้อยละ 100จากการประเมินอยู่อาศัย พบว่า ในพื้นที่เกษตรกรรมที่ความเหมาะสมสูงสุด โดยมีจำนวนชนิดนกอยู่อาศัยมากที่สุดเท่ากับ 35 = 23 SD อันดับที่ 2 คือ พื้นที่นันทนาการ (27 + 1.8 SD) และอันดับสุดท้าย คือ พื้นที่ชุ่มน้ำ (17 + 2.5 SD) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (F-test; p<0.05) ไม่พบความแตกต่างของจำนวนชนิดของนกระหว่างฤดูฝน (28+2.0 SD) และฤดูแล้ง (23+1.9 SD; t-test; p>0.05) อย่างไรก็ตาม การศึกษาครั้งนี้พบกระรอกได้ในทุกพื้นที่ศึกษา (p=0.05) และตลอดปี (p>0.05) องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ คือ 1) ข้อมูลความหลากหลาย 2) ระยะเวลาที่ปรากฏ 3) สถานะและ 4) ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ทั้งของนกและกระรอก สามารถนำไปใช้พัฒนากิจกรรมดูนกและกระรอกเพื่อสนับสนุนกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศภายในบริเวณมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ซึ่งเป็นบริบทหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์อีกด้วย
Description
วิทยานิพนธ์ (วท.ม.(นวัตกรรมการจัดการสิ่งแวดล้อม))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2565