ปัจจัยที่มีผลต่อความสุขของนายทหารประทวนกองทัพบกในส่วนกองทัพภาคที่ 1 และหน่วยขึ้นตรง
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.บัณฑิตวิทยาลัย.
Abstract
การศึกษาเรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อความสุขของนายทหารประทวนกองทัพบก ในส่วน กองทัพภาคที่ ๑ และหน่วยขึ้นตรง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความสุขของนายทหารประทวน เพื่อศึกษาปัจจัยหรือตัวแปรที่มีผล มีอิทธิพลต่อความสุขของนายทหารประทวน และเพื่อศึกษาว่า ปัจจัยหรือตัวแปรใดที่มีความสัมพันธ์ต่อความสุขของนายทหารประทวนมากที่สุด และรองลงมา โดยใช้การสํารวจโดยการสุ่มตัวอย่าง (Sample Survey) ตัวอย่าง คือ นายทหารประทวนกองทัพบก ในส่วนกองทัพภาคที่ ๑ และหน่วยขึ้นตรง จํานวน 1,126 คน แบ่งเป็น นายทหารประทวนชาย จํานวน 1,000 คน และหญิง ซึ่งทําการเก็บข้อมูลทั้งหมด จํานวน 126 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างโดย อาศัยความน่าจะเป็น (Probability Sampling) จากบัญชีรายชื่อนายทหารประทวนทั้งหมด โดยใช้ วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multistage Sampling) สรุปผลการวิจัย 1. จากการวิเคราะห์ 1 ตัวแปร เพื่อพรรณา พบว่า ตัวอย่างเป็นชายร้อยละ 88.2 อายุต่ํากว่า 30 ปี ร้อยละ 31.6 โดยมีอายุเฉลี่ย 36.8 ปี มีชั้นยศจ่าสิบเอกร้อยละ 29.0 จบการศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนปลายร้อยละ 57.1 สถานภาพสมรสร้อยละ 62.5 ทํางานอยู่ในส่วนสนับสนุนการรบ ร้อยละ 43.6 มีรายได้อยู่ในช่วง 13,501 - 18,000 บาท/เดือน อายุการทํางาน 20 ปีขึ้นไปร้อยละ 33.8 ตัวอย่างรู้สึกมีความภูมิใจในอาชีพทหารร้อยละ 48.2 พอใจในสวัสดิการร้อยละ 62.2 มีความพอใจ ในงานร้อยละ 66.1 พอใจในฐานะทางเศรษฐกิจร้อยละ 46.7 มีความรักใคร่ผูกพันของสมาชิกใน ครอบครัวมากร้อยละ 57.2 มีสุขภาพอยู่ในระดับดีร้อยละ 42.9 เคร่งในศาสนาระดับปานกลางร้อย ละ 65.2 มีเสรีภาพส่วนบุคคลอยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 63.4 และเห็นคุณค่าของตนเองอยู่ใน ระดับปานกลางร้อยละ 48.2 เมื่อวัดด้วยคําถามทางอ้อม 5 ข้อของ Diener พบว่า คําตอบต่อคําถาม “ข้าพเจ้าพอใจในชีวิต” ที่แสดงว่าตัวอย่างมีความสุข ส่วนอีก 4 คําถาม คําตอบที่ตอบว่า เห็นด้วยอย่าง ยิ่งเห็นด้วย ต่ํากว่าร้อยละ 50 ที่แสดงว่าไม่มีความสุข ส่วนจากการถามอ้อมอีก 2 ข้อ พบว่า โดยสรุป ตัวอย่างส่วนใหญ่มีความสุขอยู่ในระดับปานกลางร้อยละ 64.8 และมีคะแนนความสุขโดยเฉลี่ยเท่ากับ 7.2 2. จากการวิเคราะห์ 2 ตัวแปร (Bivariate analysis) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัว แปรต่าง ๆ กับความสุข พบว่า การมีหนี้สิน ความภูมิใจในอาชีพทหาร การได้รับความเป็นธรรมจาก ผู้บังคับบัญชา ความพอใจในงาน ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ การมีเงินออม ความพอใจในฐานะ ทางเศรษฐกิจ การให้เวลากับครอบครัว ความรักใคร่ผูกพันในครอบครัว การมีโรคประจําตัว ความถี่ในการออกกําลังกาย ภาวะสุขภาพ ความเคร่งในศาสนา ความสงบในชีวิต การมีเสรีภาพ ส่วนบุคคล ความรักใคร่ผูกพันในครอบครัว การได้เป็นที่ยอมรับและชื่นชม และการเห็นคุณค่าของ ตนเอง มีผล มีความสัมพันธ์ ต่อความสุขอย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 หรือต่ํากว่า 3. จากการวิเคราะห์มากกว่า 2 ตัวแปร (Multivarite analysis) เพื่อศึกษาตัวแปรตัวมีผลต่อ ความสุขมากที่สุดและรองลงมา พบว่า ตัวแปรอิสระทั้ง 16 ตัว กับความสุข สามารถอธิบายความ แตกต่างได้ร้อยละ 20.3 (R-0.203) โดยมีตัวแปรอิสระเพียง 5 ตัว ที่มีความสัมพันธ์ต่อความสุข อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ โดยตัวแปรที่มีความสําคัญที่สุดคือ ความสงบในการดําเนินชีวิตประจําวัน รองลงมาคือ ความพอใจในฐานะทางเศรษฐกิจ การเป็นที่ยอมรับและชื่นชมจากสังคม ความเคร่งใน ศาสนา และการมีโรคประจําตัว ตามลําดับ
Description
วิทยานิพนธ์ (รป.ด.(รัฐประศาสนศาสตร์))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2551