แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมของดรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
Loading...
Date
Authors
Journal Title
Journal ISSN
Volume Title
Publisher
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ บัณฑิตวิทยาลัย.
Abstract
การวิจัยแบบผสมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจําเป็นในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน ของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 2) พัฒนาแนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยการ บริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การดําเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษา ความต้องการจําเป็นในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จํานวน 399 คน กําหนดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสําเร็จรูปของยามาเน วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม มีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาท เท่ากับ .95 สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีลําดับความต้องการจําเป็น ระยะที่ 2 เพื่อพัฒนา แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มี 3 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ 2.1 ศึกษาแนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยการบริหารแบบมีส่วน ร่วมของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการวิเคราะห์ข้อมูลในระยะที่ 1 ศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและโรงเรียน ที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี ได้รับการคัดเลือกเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่น 2.2 สร้างแนวทางการดําเนินงานการ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยการศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้องและโรงเรียนที่มีวิธีปฏิบัติที่ดี ได้รับการคัดเลือกเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีผลการ ปฏิบัติงานดีเด่น และการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา 2.3 ตรวจสอบแนวทางการส่งเสริมแนวทางการพัฒนาการ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ และที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการประเมินความต้องการจําเป็นของความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชนของโรงเรียนในสังกัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก (M = 4.50, 20 - 27) เรียงลําดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ การให้บริการชุมชน (M = 4.52 SD = 32) การประชาสัมพันธ์ (M - 4.50, SD = .35) การรับความช่วยเหลือสนับสนุน จากชุมชน (M - 4.49, 50 - 34) และการให้ชุมชนมีส่วนร่วม (M - 4.48, 50 - 35) ความต้องการจําเป็นของความสัมพันธ์ ของโรงเรียนกับชุมชน ของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดัชนีความต้องการจําเป็นได้ ดังนี้ ด้านที่มีค่าความต้องการ จ่าเป็นมากที่สุด คือการให้บริการชุมชน (Plainoiled - 02) รองลงมาคือ การประชาสัมพันธ์ (PNimodified = .01) m ความช่วยเหลือสนับสนุนจากชุมชน (Paimodified = 0) และการให้ชุมชนมีส่วนร่วม (Plamodified = .000) และ 2) แนวทางการ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชน โดยการบริหารแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้แนวทางแบบ 4P + FOCA ได้แก่ การให้บริการชุมชน การให้ชุมชนมีส่วนร่วม การประชาสัมพันธ์ และการรับความช่วยเหลือ สนับสนุนจากชุมชน และการนําวงจรบริหารงานคุณภาพมาใช้ร่วมกัน ได้จํานวน 46 แนวทาง โดยรวมมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ คือ แนวทางการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียนกับชุมชนโดยการบริหารแบบ มีส่วนร่วมของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้แนวทางแบบ 4P + PDCA ในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างโรงเรียน กับชุมชน หลักการดังกล่าวสามารถนํามาปรับใช้ในการวางแผน เพื่อนําข้อมูลสารสนเทศที่ได้จากงานวิจัยครั้งนี้เป็นแนวทางให้ โรงเรียนและชุมชนสัมฤทธิ์ประโยชน์ร่วมกันเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพัฒนาการศึกษา
Description
วิทยานิพนธ์ (ค.ม.(นวัตกรรมการบริหารการศึกษา)) -- มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2568