แนวทางการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร

Loading...
Thumbnail Image

Date

Journal Title

Journal ISSN

Volume Title

Publisher

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.บัณฑิตวิทยาลัย.

Abstract

การวิจัยแบบผสมวิธีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจําเป็นของการนิเทศภายใน แบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา และ 2) พัฒนาแนวทางการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา การวิจัย แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาความต้องการจําเป็นของการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จํานวน 340 คน โดยวิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 80 - 1.00 และค่าความเชื่อมั่นโดยวิธี การหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบัค เท่ากับ .99 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจําเป็น ระยะที่ 2 พัฒนาแนวทางการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วม ของสถานศึกษา มี 3 ขั้นตอนย่อย 2.1 ศึกษาแนวทางการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา เครื่องมือที่ ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกข้อมูลแนวทางการนิเทศภายใน 2.2 สร้างแนวทางการนิเทศภายในแบบมีส่วน ร่วมของสถานศึกษา โดยสังเคราะห์เอกสารข้อมูลระยะที่ 1 และข้อมูลจากขั้นตอนที่ 2.1 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา 2.3 ตรวจสอบแนวทางการนิเทศภายในแบบมี ส่วนร่วมของสถานศึกษา โดยการสนทนากลุ่ม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จํานวน 9 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจําเป็นสูงสุด คือ การร่วมเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ (PNimodified =.100) และรองลงมาลําดับสอง คือ การร่วมกันวางแผน (PNI, nadtifieds = .092) และรองลงมาลําดับสาม คือ การร่วมประเมินผลและรายงานผล (PNI calified = .087) และลําดับสุดท้าย คือ การร่วมปฏิบัติ (PNI,madified = 075) 2) ผลการพัฒนาแนวทางการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสมุทรสาคร พบว่า มี 4 องค์ประกอบ 23 แนวทาง มีการประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ โดยในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (M =M = 6,87,520 - 170 ตามลําดับ ระบบราง 1 - 3469, 50 = 34 M - 4,646,590 = 34 และ M องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ คือ แนวทางการนิเทศภายในแบบมีส่วนร่วมของสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร ด้วยกระบวนการ PISPDCA ซึ่งเป็นกระบวนการที่เป็น แนวทางให้ผู้บริหารและครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นไปตามเป้าหมายใน การจัดการศึกษาของสถานศึกษา

Description

วิทยานิพนธ์ (ค.ม.(นวัตกรรมการบริหารการศึกษา)) -- มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2568

Citation

Endorsement

Review

Supplemented By

Referenced By

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967| arit@vru.ac.th
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
free counter