แนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา

dc.contributor.advisorชาญชัย วงศ์สิรสวัสดิ์. ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
dc.contributor.authorอภิวัชร์ บัวเจริญ
dc.date.accessioned2568-06-09T08:42:16Z
dc.date.issued2568
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ค.ม.(นวัตกรรมการบริหารการศึกษา))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2568
dc.description.abstractการวิจัยแบบผสมวิธีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจําเป็นของการบริหารสถานศึกษา ปลอดภัย และ 2) พัฒนาแนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาล สังกัดสานักงานเขต พื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ดําเนินการวิจัยแบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ศึกษาความต้องการจําเป็นของการบริหารสถานศึกษาปลอดภัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ครู จํานวน 400 คน การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบ แบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ซึ่งมีค่าดัชนีความสอดคล้อง อยู่ระหว่าง .60 1.00 และค่า ความเชื่อมั่น โดยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบัค เท่ากับ 95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ดัชนีความต้องการจําเป็น (PN.adinted) และระยะที่ 2 พัฒนา แนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาล สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ใน 3 ขั้นตอนย่อย คือ 2.1 ศึกษาแนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาล โดยสัมภาษณ์ ผู้บริหาร จํานวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ 2.2 สร้างแนวทางการบริหารสถานศึกษา ปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาล แหล่งข้อมูล คือ เอกสารข้อมูลระยะที่ 1 และข้อมูลจากขั้นตอนที่ 2.1 เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา และขั้นตอนที่ 2.3 ตรวจสอบ แนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาล โดยการสนทนากลุ่ม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และนักวิชาการ จํานวน 9 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ และสถิติที่ใช้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการจ่าเป็นของการบริหารสถานศึกษาปลอดภัย โดยภาพรวมมีค่าดัชนี PNI.catid ของความต้องการจําเป็นเท่ากับ .86 ประกอบด้วย ด้านการปราบปราม (PNIodited - 96) 2) ต้านการป้องกัน (PNIodified - 91) และ 3) ด้านการปลูกฝัง (PNI, dired - 83) และ 2) ผลการพัฒนา แนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาล พบว่า แนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัย โดยใช้หลักธรรมาภิบาล สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ประกอบด้วย หลักการบริหาร สถานศึกษาปลอดภัยมีทั้งหมด 43 แนวทาง คือ ด้านการป้องกัน จํานวน 17 แนวทางด้านการปลูกฝัง จํานวน 11 แนวทาง และด้านการปราบปราม จํานวน 15 แนวทาง โดยในภาพรวมผลการประเมินด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ คือ แนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาล สังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ใช้นวัตกรรมในการบริหารการศึกษา PCS+G ที่บูรณาการ มาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา 3 ด้าน คือ ด้านการป้องกัน ด้านการปลูกฝัง ด้านการปราบปราม กับหลัก ธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน และให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
dc.identifier.urihttps://dspace.vru.ac.th/handle/123456789/141
dc.language.isoThai
dc.publisherมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ บัณฑิตวิทยาลัย.
dc.subjectความปลอดภัยในโรงเรียน
dc.subjectการบริหารและการจัดการ
dc.subjectความปลอดภัยในสถานศึกษา
dc.titleแนวทางการบริหารสถานศึกษาปลอดภัยโดยใช้หลักธรรมาภิบาลสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
dc.title.alternativeGuidelines for managing safe educational institutions using principles of good governance under primary educational service area office
dc.typeThesis

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
Grad-Th-APIWAT-2568.pdf
Size:
3.89 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967| arit@vru.ac.th
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
free counter