แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดปทุมธานี

dc.contributor.advisorสุภัชฌาน์ ศรีเอี่ยม.ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
dc.contributor.authorอภิชญาพร ก้อนศรีลา
dc.date.accessioned2026-06-09T08:05:10Z
dc.date.issued2568
dc.descriptionวิทยานิพนธ์ (ค.ม.(นวัตกรรมการบริหารการศึกษา))--มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, 2568
dc.description.abstractการวิจัยแบบผสมผสานวิธีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจําเป็นของระดับภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา และ 2) พัฒนาแนวทาง การพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ การวิจัยดําเนินการเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจําเป็นของระดับภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนสังกัดสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดปทุมธานี จํานวน 339 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ค่าดัชนีความสอดคล้อง อยู่ระหว่าง 80 - 1.00 และค่าความเชื่อมั่น ด้วยวิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาก เท่ากับ .93 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของกลุ่มตัวอย่าง ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการ จําเป็น (PNI) ระยะที่ 2 การพัฒนาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ มี 2 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ ขั้นตอนที่ 2.1 ศึกษาและสร้างแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ โดยการสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาจํานวน 4 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอน ที่ 2.2 ตรวจสอบแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์กลุ่มผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ จํานวน 9 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ สถิติที่ ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของระดับภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของ ผู้บริหารสถานศึกษา โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (M = 4.06, SD = .76 และ M = 4.24, SD = .86) และลําดับ ความต้องการจําเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า ด้านการทํางานเป็นทีม (PNImodified = 52) มีความต้องการในการพัฒนามากที่สุด รองลงมา คือ ด้านความยืดหยุ่น (PNimodified = 51) ด้านมีความคิดสร้างสรรค์ (PNimodified = 47) และด้านการมีวิสัยทัศน์ (PNImodified = .21) และ 2) แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ที่สุด (M = 4.85, SD = .32 และ M = 4.80, SD = .36) ตามลําดับ องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยในครั้งนี้ คือ แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหาร สถานศึกษา “4C Model” ซึ่งเป็นการพัฒนาภาวะผู้นําเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสํานักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา จังหวัดปทุมธานี มีองค์ประกอบ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการทํางานเป็นทีม ด้านความ ยืดหยุ่น ด้านมีความคิดสร้างสรรค์ และด้านการมีวิสัยทัศน์ เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถนําพาองค์กรไปสู่สิทธิภาพความสําเร็จ และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มคุณภาพทางการศึกษาได้อย่างเป็นระบบ
dc.formatPDF
dc.identifier.urihttps://dspace.vru.ac.th/handle/123456789/140
dc.language.isoThai
dc.publisherมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ บัณฑิตวิทยาลัย.
dc.rightsบัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
dc.subjectภาวะผู้นำ
dc.subjectภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์
dc.titleแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจังหวัดปทุมธานี
dc.title.alternativeGuidelines for the development of creative leadership of school administrators under the pathum thani educational service area office
dc.typeThesis

Files

Original bundle

Now showing 1 - 1 of 1
Loading...
Thumbnail Image
Name:
Grad-Th-APICHAYAPON-2568.pdf
Size:
2.52 MB
Format:
Adobe Portable Document Format
สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967| arit@vru.ac.th
สถิติผู้เข้าชมเว็บไซต์
free counter