คุณลักษณะของสารหอมระเหยจากเปลือกและผลของส้มซ่า

Loading...
Thumbnail Image

Journal Title

Journal ISSN

Volume Title

Publisher

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สถาบันวิจัยและพัฒนา

Abstract

การศีกษาคุณลักษณะของสารหอมระเหยจากเปลือกและผลของส้มข่าโดยทําการศึกษาผล ขององค์ประกอบจากส้มซ่าที่ได้จากแหล่งชุมชนคือ ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อ ต้องการบูรณาการองค์ความรู้สู่ท้องถิ่นแบบมีส่วนร่วมโดยการวิจัยนี้ได้ทดสอบประสิทธิภาพของน้ํามันหอมระเหยจากเปลือกส้มซ่าต่อการเจริญของเชื้อ Escherichia coli และ Staphylococcus aureus ด้วยวิธี Disk diffusion พบว่าน้ํามันหอมระเหยจากเปลือกส้มซ่าไม่ได้มีผลต่อการยับยั้งการ เจริญของแบคทีเรียทั้ง 2 ชนิด ปริมาณสารประกอบฟีนอลทั้งหมด พบว่าน้ําส้มซ่าคั้นสดมีปริมาณ สารประกอบฟีนอลมากกว่าน้ําส้มซ่าคั้นแช่แข็งโดยปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมของน้ําส้มซ่าคั้นสดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 451.634 mgGAE/3FW และปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมของน้ําส้มซ่าคั้นแช่แข็ง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 139.7436 mgGAE/gFW การวิเคราะห์ปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ทั้งหมดพบว่าน้ําส้มซ่าคั้นสดมีปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ทั้งหมดมากกว่าน้ําส้มซ่าคั้นแช่แข็งโดยปริมาณสารประกอบฟลาโวนอยด์ทั้งหมดของน้ําส้มซ่าคั้นสดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 260.5429 mgCE/gFW และปริมาณสารประกอบฟีนอลรวมของน้ําส้มซ่าคั้นแช่แข็งมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 74.2857 mgCE/ FW การวิเคราะห์ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ โดยวิธี DPPH พบว่าน้ําซ่าสดมีฤทธิ์ต้านทานอนุมูลอิสระที่ ดีกว่าน้ําส้มซ่าแช่แข็ง โดยน้ําส้มซ่าสดมีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระโดยพิจารณาจากค่า IC50 คือ 56.79 ซึ่งแสดงความสามารถได้ดีกว่าน้ําส้มซ่าแช่แข็งซึ่งมีค่า ICso คือ 120.75 น้ํามันหอมระเหยที่ใช้วิธีบีบ จะแสดงลักษณะกลิ่นที่มีลักษณะหอมสดชื่นแบบพืชพรรณไม้ มีความสดชื่นแบบป่าหลังฝนตก ให้กลิ่น หอมคล้ายดิน ป่าสน ให้ความรู้สึกเย็น ส่วนองค์ประกอบของน้ํามันหอมระเหยที่พบได้จากการกลั่น ด้วยไอน้ําและไม่พบในการบีบจะมีลักษณะกลิ่นที่ออกลักษณะเครื่องเทศ ให้ความสดชื่นแบบกลิ่นของ ไม้และดินที่แตกต่างจากน้ํามันจากการบีบที่แสดงกลิ่นแบบพืชพรรณในป่า และโดยรวมแล้ว องค์ประกอบของน้ํามันหอมทั้งสองชนิดจะยังคงมีองค์ประกอบที่แสดงลักษณะของส้ม มะนาว เป็นองค์ประกอบเป็นส่วนใหญ่การศึกษาสภาวะความเป็นกรด-ด่างถึงที่เหมาะสมต่อการขึ้นรูปเม็ดเจลส้มซ่าทรงกลมพบว่า ที่อัตราส่วนน้ําส้มที่ระดับร้อยละ 15 มีรูปลักษณ์ที่มีความเป็นทรงกลมมากที่สุด เนื่องจากมีค่า pH สูง กว่าที่อัตราส่วนร้อยละ 30 และ 45 ซึ่งสรุปได้ว่าค่า pH ส่งผลต่อการขึ้นรูปของเม็ดเจลน้ําส้มซ่าทรง กลม และผลการวิเคราะห์คุณภาพทางด้านประสาทสัมผัสของผลิตภัณฑ์เม็ดเจลส้มซ่าทรงกลม ได้ผลว่าผู้ชมให้คะแนนการยอมรับคุณภาพด้านความเป็นทรงกลมมากที่สุด เนื่องจากมีปริมาณน้ําส้มซ่าที่ น้อยสุด ถ้ามีปริมาณน้ําส้มซ่ามาก ค่า pH ก็จะลดน้อยลง ซึ่งค่า pH ยิ่งน้อย แสดงว่ามีความเป็น กรดมาก ก็จะส่งผลการต่อการขึ้นรูปเป็นทรงกลม โดยจะไม่สามารถขึ้นรูปทรงกลมได้ดี ในด้านสี พบว่าทั้ง3 สูตรมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) เนื่องจากน้ําส้มซ่ามีสีเหลืองขุ่น ถ้าเพิ่มปริมาณน้ําส้มซ่า ก็จะส่งผลต่อความชอบด้านสีของผู้ชม ในด้านกลิ่น ผู้ชมให้คะแนนความชอบ ในสูตรที่ 1 คือน้ําส้มซ่าร้อยละ 15 น้อยที่สุด เนื่องจากมีปริมาณน้ําส้มซ่าน้อยที่สุด และผู้ชมให้ คะแนนความชอบสูตรที่ 2 คือน้ําส้มซ่าร้อยละ 30 มากที่สุด ในด้านรสชาติ พบว่า ผู้ชมให้คะแนน ความชอบสูตรที่ 2 คือน้ําส้มข่าร้อยละ 30 มากที่สุด เนื่องจากน้ําส้มซ่ามีรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อย ด้าน เนื้อสัมผัส พบว่า ทั้ง 3 สูตรไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) เนื่องจาก ปริมาณน้ําส้มซ่าที่แตกต่างกันกัน และค่า pH ที่ต่างกัน อาจไม่ส่งผลต่อคะแนนความชอบด้านเนื้อ สัมผัสของผู้บริโภค ด้านความชอบโดยรวม พบว่า สูตรที่ 1 คือน้ําส้มซ่าร้อยละ 15 และสูตรที่ 2 คือ น้ําส้มซ่าร้อยละ 30 ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p>0.05) แต่ทั้ง 2 สูตรมีความ แตกต่างกับสูตรที่ 1 อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<0.05) ถ้ายิ่งมีปริมาณน้ําส้มซ่ามาก ก็จะส่งผลต่อ ต่อรูปลักษณ์ สี กลิ่น และรสชาติ จึงสรุปได้ว่า ผู้ชิมให้คะแนนคุณภาพทางประสาทสัมผัสสูตรที่ 2 มากที่สุดการเผยแพร่เทคโนโลยีโดยช่องทาง youtube ของ PRN cinema ตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2563 ถึงวันที่ 5 มกราคม 2564 มีจํานวนผู้เข้าชม 260 views ผู้กดติดตาม 6 subscribes มี ยอดกดถูกใจ 27 likes นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่ท้องถิ่น กลุ่มวิสาหกิจชุมชนคลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ภายในตลาดชุมชนวิถีพอเพียงบ้านคลองห้า

Description

Citation

Collections

Endorsement

Review

Supplemented By

Referenced By

สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับ ศูนย์คอมพิวเตอร์

มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
(Valaya Alongkorn Rajabhat University under the Royal Patronage)

02-529-1967 | arit@vru.ac.th